5 ขั้นตอนแปลงโฉมสวนหลังบ้าน

33

ในโลกปัจจุบันนี้ที่เรามองหาอากาศบริสุทธิ์และมุมสดชื่นได้ยากเต็มที หากมีสวนหลังบ้านน่ารักๆ ไว้นั่งเล่นก็คงจะดีไม่น้อย จะได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในยามที่แดดร่มลมตก และถ้าคุณอยากมีสวนหลังบ้านกับเขาบ้าง แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นตกแต่งสวนจากตรงไหนดี ลองมาดูวิธีแปลงโฉมสวนหลังบ้านกัน

1. เคลียร์พื้นที่ให้โล่ง

เป็นขั้นตอนสามัญที่ใครก็รู้กันดี แต่เชื่อไหมคะว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่กลับมองข้าม ไม่ให้ความสนใจ ดังนั้นเราก็ไม่ควรจะพลาดด้วยเช่นกัน เริ่มด้วยการเล็มต้นไม้ใบหญ้าที่ไม่เป็นรูปทรง แล้วใช้คราดเก็บกวาดเศษหินเศษที่กระจายเกลื่อนกลาดบนพื้นก่อน แล้วตบท้ายด้วยการตัดหญ้าให้โล่งเตียน เท่านี้พื้นที่สวนก็พร้อมสำหรับการจัดแต่งแล้วล่ะค่ะ

2. ปลูกต้นไม้เพิ่มสีสันให้สวน

ถ้าต้นไม้ที่มีอยู่ก็เห็นจนชินตา ไม่ได้สร้างสีสันให้สวนอย่างที่เคยแล้ว ก็จัดการปลูกไม้ดอกสีสันสด ใสเอาไว้ในสวน เช่น คุณนายตื่นสาย ดอกทานตะวัน หรือจะแบ่งพื้นที่สวนมุมเล็ก ๆ แล้วหว่านไม้ดอกขนาดเล็กน่ารัก ๆ เช่น ดอกดาวกระจายฝรั่ง หรือดอกเดือนฉาย ไว้ก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมสังเกตภูมิทัศน์สักนิด ว่าฝั่งไหนรับแดด หรือจุดไหนที่หลบแดดด้วยนะคะ จะได้เลือกปลูกได้ถูกต้องตามความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิด

3. สร้างทางเดินสู่สวนสวย

สวนน่ารัก ๆ ตามรีสอร์ทหรือสาธารณะ มักจะสร้างทางเดินจากอาคารยาวไปถึงสวน ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะช่วยให้สวนดูสวยสมบูรณ์แบบมากขึ้น ดังนั้นก็เลียนแบบสไตล์เขาบ้างดีกว่า ด้วยการปูทางเดินจากตัวบ้านไปยังสวน โดยสามารถเลือกใช้วัสดุได้ทั้ง อิฐ หิน กรวด หรือไม้ระแนง ชอบแบบไหนก็เลือกกันได้ตามสบายเลย

4. คลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ต้นไม้

เพราะประเทศเรามีแต่อากาศร้อน และแสงแดดส่องตลอดวัน ความชุ่มชื้นในดินและต้นไม้จะถูกแดดและอากาศที่แห้งดูดให้ระเหยออกไปจนแห้งเหี่ยว ดังนั้นเราก็ควรจะปกป้องต้นไม้ไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้นมากนัก ด้วยการปลูกพืชคลุมดิน หรือใช้หญ้าฟาง กาบมะพร้าว และเศษหญ้าต่าง ๆ มาคลุมดินใต้ต้นไม้ก็ได้ค่ะ

5. สร้างรั้วเพิ่มสไตล์

จัดสวนภายในเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวต้องปักรั้วเพื่อแบ่งเขตสวนให้เป็นสัดส่วนและสวยงามขึ้น อาจจะเลือกเป็นรั้วไม้ระแนงสีขาว หรือจะปักรั้วแล้วปลูกไม้เลื้อยริมรั้วเพื่อสร้างความสดชื่นก็ตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบเลยจ้า

สวนป่าเมืองร้อน

untitledสวนป่าเมืองร้อนเป็นสวนที่มีเสน่ห์และมีมนต์ขลังน่าค้นหา การจัดตกแต่งจะเน้นความกลมกลืนของธรรมชาติและชีวิตความเป็นอยู่ในสวน บ่อยครั้งที่เราเห็นสวนลักษณะนี้มีสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่ เช่น นก ผีเสื้อ และกระรอก ซึ่งช่วยสร้างสีสันให้กับสวน พรรณไม้ที่เลือกใช้สวนใหญ่จะเน้นไม้เมืองร้อนที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ และมีรูปทรงเป็นธรรมชาติไม่ต้องอาศัยการตัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆส่วนป่าไม้เมืองร้อนของไทยจะเน้นพรรณไม้จำพวกไทร หมาก ปีบ สัตตบรรณ อโศก หรือป่าไม้ชนิดอื่นๆ ส่วนไม้ขนาดกลางและขนาดเล็กจะเน้นพรรณไม้ใบอย่างกล้วย โมก จั๋ง  เฮลิโคเนีย  ดาหลา  ขิงแดง  กระดาด  หมากผู้หมากเมีย  เฟิร์น และคล้า  นอกจากนี้มักเน้นพืชพรรณประเภทอิงอาศัย อย่างเฟิร์น ชายผ้าสีดำ  กล้วยไม้  โฮย่า  สับปะรดสี   และฟิโลเดนดรอน เพราะข้อจำกัดของสวนป่าคือเรื่องแสงสว่างที่ไม่จัดจ้า สวนป่าจึงเหมาะปลูกพรรณไม้ประเภทไม้ใบมากกว่าไม้ดอก โดยอาจเล่นสีสันจากความด่างของใบไม้ สีของดอกไม้บางชนิด อย่างไรก็ตาม สวนป่าไม่ใช่สวนรกทึบตามที่หลายคนเข้าใจเพราะการปล่อยให้สวนรกทึบจะนำมาซึ่งความอับชื้น อันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง และเป็นสาเหตุในการแพร่กระจายของโรคพืชต่างๆดังนั้นการตัดแต่งทรงพุ่มของพรรณไม้ที่รกทึบออกบ้าง เพื่อเปิดช่องทางแสงให้ลอดผ่านจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากช่วยลดปัญหาโรคพืชแล้วยังช่วยไม่ให้สวนเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์รายสัตว์มีพิษ อย่างงูหรือตะขาบอีกด้วย แต่การตัดแต่งและสางใบของพรรณไม้ในสวนป่าจะเน้นที่รูปทรงอันเป็นธรรมชาติของพืชพรรณชนิดนั้นๆ ดังนั้นจึงควรตัดแต่งกิ่งที่ยื่นเกินออกมาโดยตัดหรือ ลิดตั้งแต่โคนกิ่งหากเป็นพรรณไม้ขนาดใหญ่จะเลือกตัดหรือลิดที่โคนของกิ่งกระโดงที่ยื่นสูงขึ้นในแนวตั้งและเหลือเฉพาะกิ่งหลักที่แผ่ออกด้านข้างเพื่อให้ร่มเงาเท่านั้นส่วนไม้ขนาดกลางและขนาดเล็กอย่างไม้กอ  เช่น  เฮลิโคเนรย การตัดแต่งจะลิดตั้งแต่โคนกิ่งหรือใช้การแยกกอเพื่อขยายพันธุ์ไปปลูกในที่ต้องการต่อไป ของตกแต่งในสวนป่าจะเน้นเนื้อแท้ของวัสดุที่เป็นธรรมชาติไม่ต้องตกแต่งมากมาย  เช่น  เก้าอี้ไม้เก่า  ตอไม้  หิน และแผ่นทางเท้าจากหินทราย  ศิลาแลง  หรืออิฐดินเผา เป็นต้นบางสวนอาจจัดให้มีมุมน้ำตกและบ่อน้ำด้วย ซึ่งรูปแบบที่เหมาะกับสวนป่าเมืองร้อนก็คือน้ำตกและบ่อน้ำรูปทรงธรรมชาติ

สวนเซ็นญี่ปุ่น

สวนเซ็นญี่ปุ่น

สวนเซ็นญี่ปุ่นสวนเซ็นญี่ปุ่น หรือว่าสวนหินญี่ปุ่น คือสวนพื้นภูมิแห้งแล้งนั้นจัดเป็นชนิดของสวนเซนญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิผลจากนิกายเซนในพุทธศาสนาของญี่ปุ่น และสามารถหาชมได้ตามวัดเซนแห่งการฝึกสมาธิ สวนในรูปแบบของญี่ปุ่นนั้นถือเป็นศิลปะที่มีชีวิต เพราะต้นไม้และพืชต่างๆ ที่มีความเปลี่ยนแปลงให้เห็นในฤดูที่แตกต่างกันไป ระหว่างที่ต้นไม้เจริญเติบโตจะได้รับการตกแต่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อความสวยงาม และเพราะฉะนั้นสวนญี่ปุ่นไม่มีลักษณะที่เหมือนเดิมเสมอไปและไม่มีการสิ้นสุดหรือเสร็จสมบูรณ์ โครงสร้างพื้นฐานของสวนญี่ปุ่นจะพิจารณาจากสถาปัตยกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบเช่น อาคาร, ระเบียง, เส้นทาง, สึกิยะมะ (เนินเทียม) และการจัดวางของหิน เมื่อเวลาผ่านไปความงดงามของสวนก็จะขึ้นอยู่กับการดูแลและการบำรุงรักษาที่ได้รับโดยผู้มีฝีมือในศิลปะแห่งการตัดและตกแต่งสวนเช่นนี้ ส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของศิลปะเซ็นคือการดูแลรักษาสวนให้คงที่ในลักษณะเสมือนภาพวาดและจิตรกรรม สวนคะเระซันซุยสามารถจัดเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมและเป็นสัญลักษณ์ของพื้นภูมิที่เรียกได้ว่าเป็น “mind-scape” ทั้งนี้มันคือปรัชญาพุทธศาสนาซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความงามแห่งจักรวาลในสิ่งแวดล้อมที่เป็นหลักสำคัญในพุทธศาสนานิกายเซนของญี่ปุ่น ต่างออกไปจากสวนตามประเพณี สวนคะเระซันซุยจะไม่มีธาติน้ำใดๆ เพียงแต่จะมีการปูกรวดหรือทราย ซึ่งอาจโดนกวาดลวดลายหรือไม่ก็สามารถเป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ของทะเล, มหาสมุทร, แม่น้ำ หรือ ทะเลสาบได้ การจัดกวาดของกรวดหรือทรายเพื่อให้เป็นลวดลายที่บ่งบอกถึงคลื่นน้ำนั้นมีบทบาทของความสวยงามอยู่เช่นกัน อีกทั้งพระของพุทธศาสนานิกายเซนนั้นฝึกฝนและปฏิบัติการกวาดลวดลายเพื่อการฝึกสมาธิ การที่จะกวาดเส้นและลวดลายอย่างสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย การกวาดลวดลายนั้นขึ้นอยู่กับแบบของแนววัตถุหินที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณกรวด อย่างไรก็ตามแบบของลวดลายนั้นส่วนใหญ่จะไม่อยู่คงที่ เพราะการพัฒนาแบบลวดลายใหม่ๆ เป็นการฝึกทักษะของความสร้างสรรค์และการประลองฝีมืออันก่อเกิดดลบันดาล การขัดวางของหินและวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ นั้นเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงภูเขาและธาติน้ำธรรมชาติและทัศนียภาพ, เกาะ, แม่น้ำและน้ำตก หินก้อนใหญ่และพุ่มไม้ที่ผ่านการตัดแต่งกะริโกะมิหรือฮะโกะ-ซุกุริ (ศิลปะการตัดแต่งต้นไม้) นั้นเป็นขั้นตอนที่แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ในสวนส่วนใหญ่จะมีการนำพืชมอสมาปลกคลุมพื้นผิวเพื่อที่จะสร้างสัญลักษณ์ซึ่งบ่งบอกถึงพื้นดินที่ปกคุลมไปด้วยป่าไม้

หญ้านวลจันทร์

หญ้านวลจันทร์

หญ้านวลจันทร์หญ้านวลจันทร์ มีอีกชื่อว่าหญ้า “หญ้าไผ่แดง” เพราะมีลักษณะคล้ายใบไผ่ที่ย่อให้เล็กลงมา เป็นหญ้าของเมืองไทย นิยมทำเป็นสนามหญ้าในบ้าน และสนามกีฬา การดูแลรักษาต่ำ การเจริญเติบโตเร็วมาก และสามารถกลายเป็นวัชพืชได้ง่าย ถ้าปลูกรวมกับหญ้าชนิดอื่น ๆ มีความต้องการปุ๋ยไม่มากนัก ถ้าปลูกในพื้นที่แห้งแล้งก็สามารถทนได้ โดยเฉพาะถ้ามีไนโตรเจนน้อย ดอกก็จะออกมามากใบจะเป็นสีแดงในฤดูแล้ง และเป็นสีเขียวในฤดูฝน หญ้านี้ เหมาะในการปลูกในเขตอบอุ่น และขึ้นได้ในดินทั่ว ๆ ไป แต่ดินที่เหมาะควรเป็นดินร่วนปนทราย มี pH ประมาณ 6 – 7 นอกจากนี้ยังสามารถทนต่อดินเค็มได้หญ้านี้ชอบแสงแดดเต็มที่ ถ้าปลูกไว้ในที่แห้งแล้งไม่มีน้ำ ลำต้นและใบจะเป็นสีแดง การออกดอก การออกดอกจะมาก และดอกสีจะดำ ปกคลุ่มเต็มสนาม ถ้าปลูกหญ้าชนิดอื่น ๆ ไว้กับหญ้านวลจันทร์แล้ว จะประสบปัญหาคือ หญ้านวลจันทร์ จะไปขึ้นแซมและ ปกคลุมหญ้าอื่นเสียหายได้ จึงต้องควรระวังในข้อนี้ ไม่เหมาะสำหรับปลูกในที่ร่ม จะทำให้การเจริญเติบโตไม่ดีทนทานต่อความ แห้งแล้งได้ดี และยังทนทานต่อการเหยียบย่ำ และฟื้นตัวเร็วถ้าปล่อยไว้ไม่มีการตัดหญ้านี้จะสูงขึ้นในแนวตั้ง และแตกแขนงซึ่งจะมีลำต้นสูงถึงประมาณ 15 – 30 ซม.ได้ หญ้านวลจันทร์นี้มีใบหยาบกว่าหญ้านวลน้อย และสีของใบอ่อนกว่า นิยมใช้ทำสวนใหญ่ ๆ เช่นสนามฟุตบอล รักบี้ เป็นหญ้าที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะฤดูฝนหาได้ง่าย และมีอยู่ทั่ว ๆ ไป ถ้าไม่ได้รับน้ำไม่เพียงพอใบและต้นจะมีสีแดง การขยายพันธุ์ โดยการเก็บเมล็ดไปปลูกได้ หรือแซะต้นไปปลูกเป็นจุกไม่มีขายในท้องตลาด แต่สามารถหาได้ง่ายตามริมถนน

 

 

 

การจัดสวนถาด

untitledการจัดสวนถาด เป็นการจัดปลูกต้นไม้ลงในภาชนะขนาดเล็ก ให้เกิดความสวยงาม โดยใช้หลักศิลปะมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ และตกแต่งให้สวนมีความสวยงาม   เช่น การใช้สี  รูปทรง  ผิวสัมผัส  ความสมดุล   การจัดสวนถาดเป็นการย่อเรื่องราวลงในภาชนะหรือถาด จะเป็นเรื่องราวอะไรก็ได้ที่เราเคยเห็น เคยรู้ รวมทั้งเรื่องราวของสวนสาธารณะ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณี วัฒนธรรมของการดำเนินชีวิตของชาวไร่ชาวนาในชนบท  การจัดสวนถาดแบบ ย่อเรื่องราวเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้จัด ได้ใช้ความคิดอย่างสร้างสรรค์อย่างหลากหลายไม่มีที่สิ้นสุดเกิดความเพลิดเพลินสนุกสนาน  ส่วนถาดเหมาะสำหรับตกแต่งบ้านหรือสวนที่มีเนื้อที่น้อย การจัดสวนถาดเป็นงานอดิเรกที่เพลิดเพลินได้ใช้ความคิดในการออกแบบ การย่อสัดส่วนทิวทัศน์เหมือนธรรมชาติฝึกให้มีความละเอียดอ่อนในการปลูกต้นไม้ ฝึกฝนความสามารถในทางศิลปะ รู้จักการใช้สีสัน รูปทรง การผสมผสานให้กลมกลืน หรืองดงามด้วยความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ใช้ต้นไม้กี่ต้นก็ได้ ไม่จำกัด และกี่ชนิดก็ได้ การจัดสวนถาด เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดสวนในภาชนะ  ซึ่งเป็นการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ โดยการจำลองธรรมชาติ และเรื่องราวต่าง ๆ มาไว้ในภาชนะที่กำหนด ซึ่งสามารถวางไว้ ในห้องต่างๆ ของบ้าน  ช่วยทำให้บ้านร่มรื่น มีชีวิตชีวา โดยการจัดสวนสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะภาชนะ ดังนี้

  • การจัดสวนในถาด เป็นการจัดสวนที่ใช้ต้นทุนต่ำกว่าการจัดสวน ชนิดอื่น ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันอย่างมากในการจัด สามารถใช้พันธุ์ไม้ และของตกแต่งต่าง ๆ จัดสวนได้โดยไม่จำกัด ชนิด และ จำนวนตามจินตนาการ
  • การจัดสวนในตู้ เป็นการจัดสวนที่ใช้ตู้ปลาขนาดต่างเป็นภาชนะ ในการจัด ส่วนมากจะใช้พันธุ์ไม้ประดับในร่มและใช้ทรายย่อมสีต่างๆแต่งลวดลายข้างตู้ และด้านล่างของส่วนโดยรอบ การจัดสวนในตู้ เรียกว่า สวนตู้แบบชื้น
  • การจัดสวนในขวด เป็นการจัดสวนที่ใช้ขวดที่มีรูปร่าง ลักษณะแปลก ๆ และสวยงาม โดยอาจเป็นขวดปากกว้างหรือขวดปากแคบก็ได้ พันธุ์ไม้ที่นิยมใช้จัดเป็นไม้ประดับในร่มที่มีขนาดเล็ก และใช้ทรายย้อมสี หรือหินสีตกแต่งลวดลายพื้นล่างโดยรอบ

สวนธรรมชาติ (informal styles)

สวนธรรมชาติ (informal styles)

สวนธรรมชาติ (informal styles)พื้นที่ในการจัดสวนแบบธรรมชาติจะจัดให้เป็นเนินหลั่นกัน มีพื้นที่สูง ๆ ต่ำ ๆ สลับกับที่ราบเหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การจัดวางต้นไม้และวัตถุจะต้องเกิด ความสมดุลแบบธรรมชาติ หรือ Infomal balance นั่นเอง ชนิด รูปทรงและขนาด จำนวน และ ระยะห่าง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหรือเท่ากัน ใช้ความชำนาญของสายตาพิจารณาน้ำหนักสีของต้นไม้หรือวัตถุทั้งสองข้าง ถ้าน้ำหนักเท่ากัน หรือใกล้เคียงกันก็ถือว่า ทั้งสองข้างนั้นสมดุลกัน (แบบธรรมชาติ) การจัดวางต้นไม้หรือวัตถุแบบจำนวนคู่ขนาน 1 : 1 หรือ 2 : 2 ฯลฯ จะไม่ปรากฏให้ได้เป็น เมื่อไม่ได้จัดวางซ้ำ ๆ กันแบบ 1 : 1 หรือ 2 : 2 ฯลฯ จึงใช้เนื้อที่ในการจัดไม่มากนัก การประดิษฐ์แบบเรขาคณิต มีความสำคัญเป็นรองการตัดแต่งหรือประดิษรูปทรง เช่น ทรงกลม หรือทรงเหลี่ยมจึงไม่ปรากฏเด่นชัด ลักษณะการจัดจะจัดให้มีแต่เค้าโครงเท่านั้น เช่นการจัดหาพันธุ์ไม้ ที่มีรูปทรงแบบเรขาคณิต ตามธรรมชาติ ที่ต้องการโดยไม่ต้อ งตัดแต่ง สระน้ำ ลำธารมีรูปร่างอิสระ (free form) เหมือนเกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม ไม้น้ำและพืชคุมดิน (ground cover) มักมีสีสันไม่ฉุดฉาดโดยทั่วไป มักจะมีสีเขียว เป็นส่วนใหญ่ จะออกดอกเพิ่มสีสันให้สวนบ้างก็ตามฤดูกาลเท่านั้น ถนนหรือ ทางเดินภายในสวน มักจะสูง ๆ ต่ำ ๆ ตามระดับพื้นที่ของสวน และคดโค้ง ไปตามส่วนต่าง ๆ ของสวน เพื่อนำไปชม ความงามของสวนย่อม ณ จุดต่าง ๆ สิ่งก่อสร้าง ภายในบริเวณสวน จะเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ กลมกลืนไปกับสวน ส่วนประกอบอื่น ๆ อาทิ หน้าผา น้ำตก ลำธาร โขดหิน สระน้ำ ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และพืชคุมดิน จะไม่บังคับให้อยู่ในกรอบ พยายามสร้าง ความกลมกลืน อย่างอิสระทุก ๆ จุด ไม่แสดงส่วนใดส่วนหนึ่ งอย่างเด่นชัดเหมือนสวนแบบประดิษฐ์ แต่จะรวมกัน ในลักษณะของ ความกลมกลืน เหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

การเลือกใช้พื้นระเบียงไม้เทียมมาตกแต่งให้สวนสวยงาม

การเลือกใช้พื้นระเบียงไม้เทียมมาตกแต่งให้สวนสวยงาม

ไม้การเลือกงานไม้ระแนงสำหรับตกแต่งบ้านและสวน โดยส่วนมากวัสดุที่นิยมนำมาตกแต่งจะเป็นวัสดุที่ทนทานไม่ว่าจะเป็น ไม้เนื้อแข็ง หรือเหล็ก งานไม้ที่นิยมนำมาตกแต่งภายในบริเวณบ้านและสวน โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นจำพวก หลังคาไม้ระแนง พื้นไม้ระแนง เป็นส่วนใหญ่ การเลือกงานไม้ระแนง หรือ ระแนงเหล็กมาตกแต่งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของเจ้าของบ้าน และงบประมาณในการตกแต่งจัดสวน ภาพตัวอย่างเป็นการนำไม้สักมาทำเป็นซุ่มระแนงภายนอกบ้านสำหรับให้ต้นไม้เลื้อย ต้นไม้ที่เลือกใช้จะเป็นต้นชมนาด ซึ่งเป็นไม้ดอกหอม เถาขนาดเล็ก การตกแต่งเพียงเท่านี้ก็ทำให้บ้านและสวนของท่านสวยงาม และน่ามองแล้ว สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนภายนอกบ้านการเลือกทำระเบียงไม้สำหรับนั่งเล่นก็เป็นความคิดที่ไม่เลวที่เดียว โดยส่วนมากระเบียงไม้ที่ทำขึ้นโดยส่วนใหญ่จะใช้วัสดุไม้จริง และไม้เทียม(ไฟเบอร์ซีเมนต์) สำหรับการทำระเบียงไม้โดยใช้ไม้เทียมปกติจะมีวิธีการทำอยู่สองแบบ คือการปูไม้ระแนงไม้เทียมบนพื้นปูน และการปูพื้นไม้ระแนงบนโครงเหล็ก การปูพื้นไม้ระแนงไม้เทียมบนโครงเหล็ก สำหรับการทำระเบียงไม้โดยการปูไม้ระแนงไม้เทียมบนโครงเหล็กนั้น โครงเหล็กควรจะมีระยะห่างกันประมาณ 30ซม. เมื่อขึ้นโครงเล็กเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นการปูไม้เทียมโดยเริ่มจาก

1.ปูไม้ระแนงไม้เทียมตามระยะที่กำหนดไว้ และยึดด้วยสกลูชนิดมีปีกขนาดยาว 0.45 Cm

2.ปิดโป๊วหัวสกลูให้เรียยบร้อยอาจจะใช้ดินสอพองผสมสี หรือวัสดุปิดโป๊วสำเร็จ ขัดและทำความสะอาดให้เรียบร้อย

3.การเลือกสีควรจะใช้สีสำหรับทาพื้นไม้เทียมโดยเฉพาะ สีจะมีทั้งชนิดทึบแสง และโปร่งแสง เลือกใช้ตามใจชอบ

4.ก่อนทาสีจริงควรทำการทาสีรองพื้นไม้ระแนงไม้เทียม การทาสีจริงควรจะทาโดยลากแปรงยาวๆเพื่อไม่ให้เกิดรอยต่อของแปรง

ปุ๋ยออร์แกนิก

ปุ๋ยออร์แกนิก

ปุ๋ยออร์แกนิกต้นไม้จะเจริญเติบโตได้เต็มที่ก็ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายส่วน ตั้งแต่คุณภาพดินที่ปลูก ปุ๋ยที่ใส่ การรดน้ำ รวมไปถึงการดูแลด้วยวิธีต่าง ๆ แต่หากปัจจัยพื้นฐานอย่างดินด้อยคุณภาพและขาดสารอาหารขึ้นมาล่ะก็ ต้นไม้ก็คงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีแน่ ๆ  ดังนั้นเรามาบำรุงดินให้มีสารอาหารครบถ้วน ด้วยปุ๋ยออร์แกนิก ดังต่อไปนี้ค่ะ

ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์  ปุ๋ยหมักเกิดจากการย่อยสลายของสิ่งปฏิกูลจากสัตว์กินพืช อย่างเช่น ม้า วัว ควาย กระต่าย หรือไก่ เป็นต้น ซึ่งจะมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินให้เป็นกลาง ปรับสภาพให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศได้ดี และช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดินให้เป็นธาตุอาหารแก่พืชอีกด้วย

ปุ๋ยหมักจากพืช  ปุ๋ยชนิดนี้ได้มาจากการย่อยสลายของพืช เช่น ซังข้าวโพด ฟาง เศษหญ้าแห้ง ผักตบชวา เป็นต้น ซึ่งหมักออกมาแล้วจะมีสีน้ำตาลและกลิ่นจะคล้าย ๆ กลิ่นดิน ส่วนประโยชน์ของปุ๋ยหมักจากพืชก็จะใกล้เคียงกับปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ ที่จะช่วยปรับสภาพกรด-ด่างในดินให้มีค่าเป็นกลาง ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุให้เป็นสารอาหารของพืช และทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำและถ่ายเทอากาศได้สะดวกขึ้น

ปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ทับถม ปุ๋ยหมักชนิดนี้ได้จากการหมักใบไม้แห้ง ซึ่งส่วนมากจะนิยมใช้กันในกลุ่มเกษตกรที่ปลูกกุหลาบ และต้นไม้ที่ใช้ตกแต่งในสวน เพราะต้นไม้เหล่านี้จะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่าเป็นกรดเล็กน้อย ร่วมกับค่ากรด-ด่างที่เป็นกลางของปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้นั่นเอง

พีทมอส  พีทมอส (Peat Moss) คือ วัตถุที่เกิดจากการย่อยสลายของมอสสายพันธุ์สแฟคนั่ม (Sphagnum sp.) และตะไคร่น้ำ ซึ่งตายทับถมกันมานานเป็นเวลาหลายพันปี และเป็นวัสดุที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการนำมาเพาะสปอร์เฟิร์น เนื่องจากมีเนื้อละเอียด อุ้มน้ำได้ดี มีธาตุอาหาร สะอาด ช่วยให้ดินร่วนซุย และมีค่ากรด-ด่างเล็กน้อย

ปุ๋ยหมักที่ใช้เพาะเห็ด ดินและปุ๋ยที่ใช้ในการเพาะเห็ด จะอุดมไปด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ ปุ๋ยหมักจากเศษพืช และพีทมอส อีกทั้งยังมีหินปูน และยิปซั่ม รวมถึงปุ๋ยเคมีอีกด้วย ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำให้ดินร่วนซุย เปลี่ยนอินทรีย์ในดินเป็นสารอาหารของพืช ช่วยให้ดินอุ้มน้ำ ซึ่งช่วยให้เห็ดเจริญเติบโตได้ดี

ไอเดียจัดสวนแนวตั้งสุดน่ารัก

ไอเดียจัดสวนแนวตั้งสุดน่ารัก

ไอเดียจัดสวนแนวตั้งสุดน่ารักไอเดียตกแต่งสวนบนกำแพงแบบง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันนี้ดู รับรองเลยว่าแต่ละแบบสวยเก๋ไม่แพ้กันจนคุณเลือกไม่ถูกเลยล่ะ

สวนน่ารักฉบับกระเป๋า ถ้าอยากได้แบบอบอุ่นน่ารักเสียหน่อยคุณก็ควรลองเอาช่องแบบกระเป๋ามาติดผนังเพื่อใส่ไม้ประดับของคุณดู ซึ่งกระเป๋าขนาด 15 x 24 นิ้วที่นิยมใช้กันนั้นสามารถจุน้ำหนักดินได้ประมาณ 9 กิโลกรัมเลยทีเดียว และคุณก็สามารถเลือกไม้ประดับสวย ๆ ต้นเล็ก ๆ มาตกแต่งกันได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้น่ารัก ๆ เช่นพิทูเนีย หรือจะใช้เป็นที่ปลูกพืชผักสวนครัวเล็ก ๆ ไว้ทำกินเองก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกัน

จัดเป็นรูปสวย ๆ ด้วยการใช้แปลงปลูก สำหรับคนที่ชอบงานศิลปะและอยากได้สวนสวยที่สวยเหมือนภาพวาดแบบไม่ซ้ำใคร คุณก็สามารถลองนำวิธีตกแต่งด้วยแปลงปลูกต้นไม้ขนาดเล็กนี้ไปใช้กันดูก็ได้ โดยจัดเรียงดอกไม้ลงไปในช่องให้เป็นรูปแบบที่คุณชอบ แล้วนำไปติดกับกำแพงเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จ ทั้งนี้ถ้าอยากให้ดูโดดเด่นสวยงามมากขึ้น อาจทำกรอบเก๋ ๆ ไปติดไว้รอบ ๆ เพื่อให้ดูสวยหวานมากขึ้นก็ได้นะ

หาฉากกั้นสวน ๆ มาแขวน หากลองลงทุนทำเองซะหน่อยคุณก็สามารถสร้างสวนแนวตั้งสวย ๆ ไม่ซ้ำแบบใครในราคาประหยัดได้เหมือนกัน โดยใช้พอลิเมอร์พลาสติกหรือห่วงเหล็กยึดกระถางและกำแพงหรือรั้วของคุณให้ติดกันเข้าไว้ด้วยกันแล้วจึงใช้ตะปูตอกให้แน่น จากนั้นก็เอาดอกไม้สวย ๆ หรือไม้ประดับอื่น ๆ จำพวกต้นเล็ก ๆ มาปลูก ก็จะได้สวนบนกำแพงสวยเก๋แบบที่คุณต้องการได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ

ใช้รางน้ำให้เป็นประโยชน์  การใช้รางน้ำมาเป็นอุปกรณ์แต่งสวนบนกำแพงจะช่วยให้คุณได้พื้นที่ปลูกดอกไม้กว้าง ๆ สมใจอยากแล้ว ยังช่วยเสริมลุคโมเดิร์นที่ดูเรียบเท่ทันสมัยให้กับบ้านได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใครชอบการตกแต่งแนวนี้ก็ลองนำไอเดียจัดสวนแบบนี้ไปใช้กันดูนะคะ อย่างไรก็ตามอย่าลืมเจาะรูเล็ก ๆ เอาไว้ด้วยเพื่อไม่ใช้พืชชุ่มน้ำมากเกินไปจนเฉาตายด้วยล่ะ

เผลอซื้อต้นไม้แบบผิด ๆ มาแต่งสวนกันบ้างหรือเปล่าค่ะ

เผลอซื้อต้นไม้แบบผิด ๆ มาแต่งสวนกันบ้างหรือเปล่าค่ะ

เผลอซื้อต้นไม้แบบผิด ๆ มาแต่งสวนกันบ้างหรือเปล่าค่ะหลาย ๆ คนอาจเคยไปเดินเลือกซื้อต้นไม้ด้วยตัวเองแล้วเห็นอะไรก็ใช่แบบไหนก็ชอบไปซะหมด แต่พอกลับบ้านทีไรก็ต้องมานั่งเซ็งทีหลัง เพราะต้นไม้ที่ซื้อมาแต่งสวนนั้นแต่งแล้วไม่เข้ากันสักที หรือบางครั้งปลูกได้ไม่นานต้นไม้ก็ตายจากไปเสียหมด หลาย ๆ คนอาจเลือกซื้อไม้ประดับไปตกแต่งสวนโดยดูจากความสวยของดอกไม้อย่างเดียวโดยไม่ได้สนผลหรือใบของมันเลย แต่คิดบ้างหรือเปล่าว่าถ้าช่วงที่ดอกไม้ของคุณร่วงหมดและยังไม่ออกดอกขึ้นใหม่ ต้นไม้ของคุณจะหน้าตาเป็นยังไง ดังนั้นถ้าอยากให้ต้นไม้ของคุณสวยทนทุกฤดูแม้แต่ช่วงที่ยังไม่มีดอก ก็ควรเลือกแบบที่มีรูปร่างหรือใบแบบที่คุณชอบด้วยนะคะ ถ้าคุณซื้อต้นไม้แค่แบบ 2 แบบมาใช้ผสมกันก็จะทำให้สวนของคุณดูผสมกันแบบขัดตาไม่ลงตัวได้แถมยังดูไม่มีสีสันเท่าที่ควรอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้สวนของคุณดูสดใสมากขึ้นก็ควรเลือกใช้ต้นไม้หลาย ๆ แบบอย่างน้อย 6 ชนิดขึ้นไปที่สีที่เข้ากันมาตกแต่งด้วยกันจะดีกว่า จะทำให้สวนของคุณดูอบอุ่นลงตัวมากยิ่งขึ้น บางครั้งถ้าคุณไม่เลือกดูให้ดี คุณก็อาจซื้อต้นไม้ที่ไม่แข็งแรงกลับไปได้เหมือนกัน จึงทำให้เลี้ยงได้ไม่ทันไรก็ตายซะแล้ว เพราะฉะนั้นคราวหน้าที่จะเลือกซื้อต้นไม้ก็ควรดูให้ดีก่อน ด้วยการดูจากสีของใบไม้ โดยหลีกเลี่ยงต้นที่มีใบสีเหลืองอมน้ำตาลหรือดูเหี่ยวเฉา เพราะเป็นสัญญาณเตือนให้เห็นได้ชัดเลยว่าต้นไม้นั้นขาดการดูแลและไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ดังนั้นควรสังเกตให้ดีเพื่อให้ได้ต้นที่ดีที่สุดด้วยนะคะ ก่อนจะซื้อควรลองสังเกตรากของไม้ประดับต้นเล็ก ๆ ที่คุณจะปลูกให้ดีก่อน เพราะถ้ารากของต้นไม้ที่คุณจะปลูกพันเกี่ยวกันไปมา ก็จะทำให้ต้นไม้ของคุณดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้นควรขอพนักงานดูรากให้ดีก่อน และอย่าเลือกซื้อต้นที่ยังมองเห็นรากได้ไม่ชัดด้วย  หากว่าคุณเป็นอีกคนที่ดึงฉลากทิ้งทันทีทุกครั้งที่ซื้อของ ก็ควรเลิกนิสัยแบบนั้นได้แล้ว เพราะบนฉลากที่ติดไว้มีข้อมูลมากมายที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับต้นไม้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวิธีดูแลเรื่องน้ำหรือแสงแดด รวมไปถึงอายุของต้นไม้ด้วย เพราะฉะนั้นซื้อของคราวหน้าก็ควรอ่านฉลากให้ดีก่อน ทั้งในเรื่องการซื้อต้นไม้รวมไปถึงสินค้าอื่น ๆ ที่จำเป็นด้วยนะคะ หลาย ๆ คนพอได้ไปเดินดูต้นไม้สวย ๆ แล้ว ก็อาจดูเพลินจนซื้อต้นที่ตัวเองชอบมาซะหมดโดยที่ไม่ได้ดูขนาดบ้างเลยว่าจะใส่ในสวนของคุณได้พอรึเปล่า เพราะฉะนั้นก่อนออกไปซื้อไม้ประดับมาตกแต่ง คุณก็ควรวัดขนาดสวนให้ดีก่อน และวางแผนไว้เลยว่าจะวางไม้ประดับขนาดเท่าไหร่ไว้ตรงไหนบ้าง จะได้ไม่ต้องซื้อเยอะเกินตัวให้สิ้นเปลืองอีก การจัดสวนก็เหมือนการตกแต่งห้องหรือเลือกเสื้อผ้านั่นแหละ ที่ต่อให้เป็นชุดที่สวยแค่ไหนแต่ถ้าแมทช์แล้วไม่เข้ากันก็คงทำให้คุณหมดสวยอยู่ดี เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อดอกไม้มาประดับสวนก็ควรเลือกแบบที่มีสีหรือรูปร่างเข้ากันด้วย สวนของคุณจะได้ดูสวยลงตัวมากขึ้นนะคะ